ฟุตบอลโลก 2022 ทีมชาติคอสตาริกา ลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ให้โลกตะลึงอีกครั้ง

แนะนำทีมฟุตบอลโลก 2022 พบกับทัพนักเตะ “กล้วยหอม” ทีมชาติคอสตาริกา ซึ่งหวังสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง หลังจากเคยสวมบทม้ามืดทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้ว เมื่อ 8 ปีก่อน

แนะนำทีมฟุตบอลโลก 2022 : ทีมชาติคอสตาริกา

ผลงานที่ผ่านมา

ฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้ถือเป็นการผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 6 ของทีมชาติคอสตาริกา ซึ่งผลงานที่ดีที่สุดก่อนหน้านี้คือ การทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในเวิลด์ คัพ 2014 ที่บราซิล

ในปีนั้น คอสตาริกา ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับ อิตาลี, อังกฤษ และ อุรุกวัย ซึ่งใครๆ ก็มองว่าพวกเขาคงจะเป็น “กล้วยหอม” ให้คู่แข่งเคี้ยวสบายๆ แต่ที่ไหนได้ ฝ่ายตรงข้ามกลับเจอกล้วยหอมอุดหลอดลม โดยพวกเขาปราบได้ทั้ง อุรุกวัย, อิตาลี และเสมอ อังกฤษ คว้าแชมป์กลุ่มได้แบบโลกตะลึงอึ้งกันทั้งจักรวาล จากนั้นรอบสอง ชนะจุดโทษ กรีซ 5-3 ก่อนที่จะไปพ่ายจุดโทษ เนเธอร์แลนด์ 3-4 ยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้วงการลูกหนังไม่มองข้ามทัพนักเตะจากแดนกล้วยหอมอีกต่อไป  ส่วนฟุตบอลโลกหนนี้ คอสตาริกาเป็น “ทีมสุดท้าย” ที่ได้ตั๋วมาลุยกาตาร์ หลังจากพวกเขาจบอันดับ 4 ในรอบคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ จึงต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมจากโซนโอเชียเนีย นั่นคือ นิวซีแลนด์ และเป็น โจเอล แคมป์เบลล์ อดีตกองหน้าอาร์เซนอล ซัดประตูชัยสุดล้ำค่าให้ คอสตาริกา เฉือนชนะ 1-0 ซิวตั๋วเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ

กุนซือและผู้เล่นคีย์แมน

แม่ทัพของคอสตาริกา คือ หลุยส์ เฟอร์นานโด ซัวเรซ กุนซือชาวโคลอมเบีย ซึ่งอาจจะไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่มีชื่อเสียงมากนัก โดยเฮดโค้ชวัย 62 ปีรายนี้ ผ่านงานคุมทีมระดับสโมสรในลีกบ้านเกิดเสียเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ซัวเรซ เคยมีผลงานชิ้นโบแดงกับ “ทีมชาติเอกวาดอร์” ซึ่งเขาพาทีมผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เมื่อปี 2006 ที่เยอรมนี แถมยังทะลุเข้าถึงรอบ 2 อีกด้วย ก่อนไปพ่ายต่อ อังกฤษ 0-1 จากฟรีคิกประตูชัยของ เดวิด เบ็คแฮม ดังนั้นคู่แข่งคงจะมองข้ามฝีมือของ ซัวเรซ ไม่ได้แน่นอน 

ส่วนผู้เล่นที่น่าจับตามองของ คอสตาริกา ต้องชี้ไปยังนักเตะซูเปอร์สตาร์ดูดีมีชาติตระกูลมากที่สุดของพวกเขา นั่นคือ เคย์เลอร์ นาบาส นายทวารจอมหนึบจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่กวาดแชมป์ในยุโรปมามากมายนับไม่ถ้วน พร้อมยืนเป็นปราการด่านสุดท้ายให้แฟนบอลอุ่นใจ

นอกจากนี้ คอสตาริกา ยังมีแข้งชูโรงอย่าง โจเอล แคมป์เบลล์ อดีตกองหน้าอาร์เซน่อล วัย 30 ปี ซึ่งตอนนี้ล่าตาข่ายให้กับ เลออน สโมสรในลีกเม็กซิโก และอีกคนที่มองข้ามไม่ได้คือ ไบรอัน รุยซ์ จอมทัพกัปตันทีมประสบการณ์สูง ซึ่งผ่านการค้าแข้งกับสโมสรดังในยุโรปมาแล้วมากมาย ทั้ง ฟูแล่ม, ทเวนเต้, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, สปอร์ติ้ง ลิสบอน จนปัจจุบันเล่นในลีกประเทศตัวเองกับสโมสร อลาจูเลนเซ่

วิเคราะห์เส้นทางสู่แชมป์

กระอักเลยทีเดียวสำหรับผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อ คอสตาริกา อยู่ในกลุ่มอี โดยมีเพื่อนร่วมสายอย่าง เยอรมนี, สเปน และญี่ปุ่น ซึ่งต้องยอมรับตามตรงว่า ขุนพลแข้งกล้วยหอมมีโอกาสสูงมากที่จะจอดป้ายเพียงแค่รอบแรก เนื่องจากทัพ “อินทรีเหล็ก” และ “กระทิงดุ” เป็นสองทีมเต็งจ๋าที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป

หรือแม้กระทั่งคู่แข่งอีกทีมคือ ญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่งานง่ายของคอสตาริกาเลย เพราะจากสถิติที่เจอกันมา 5 นัด ญี่ปุ่นชนะถึง 4 เสมอ 1 และคอสตาริกาไม่เคยคว้าชัยเหนือแข้งซามูไรได้เลย ดังนั้นหากว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว กูรูทุกสำนักต่างมองว่า คอสตาริกา น่าจะเก็บกระเป๋ากลับบ้านตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ในฟุตบอลโลก 2014 พวกเขาเคยสร้างเซอร์ไพรส์กระหึ่มโลกมาแล้ว ซึ่งตอนนั้นเจองานโหดไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี อังกฤษ อุรุกวัย แต่พวกเขาก็ยังเอาตัวรอดได้ แถมทะลุไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกต่างหาก ดังนั้นต้องมาลุ้นกันว่า คอสตาริกา จะสวมบทม้ามืดให้โลกตะลึงเหมือนกับเมื่อ 8 ปีที่แล้วได้หรือไม่ เพราะนี่คือโลกของฟุตบอล ซึ่งอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

โปรแกรมฟุตบอลโลก 2022 ของทีมชาติคอสตาริกา

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 20:00 น.

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 17:00 น.

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม เวลา 02:00 น. (คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ธ.ค.)